Copyright © 2003-2009
By Suthep Sangvirotjanaphat
  Mobile: 089-967-2200, 081-915-7816
Phone: 0-2992-4877   Fax: 0-2992-4878
Fast Contact Us

GreatFriends.Biz Community

Custom Search
Copy เพื่ออ้างอิงถึงข้อความนี้:
 MESSAGE #5827 (อ่าน 20,224 ครั้ง)

เปรียบเทียบ C#.net กับ vb.net

อยากทราบข้อได้เปรียบของ C#.net กับ vb.net เพื่อประกอบการตัดสินใจในการพัฒนา


จิ วันที่ส่ง: 28 มิ.ย. 47 19:30 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 17 พ.ค. 50 02:18 GMT+7
REPLY #1 (5856)
การเลือกระหว่างภาษา C#.Net และ VB.Net
มักเป็นข้อที่หลายคนคิดในช่วงวางแผนก่อนที่จะเริ่ม
ลงทุนลงแรงเพื่อศึกษาและนำมาใช้ในการพัฒนาระบบขึ้นมา

ข้อเสนอแนะอย่างง่ายที่สุดของไมโครซอฟต์ ก็คือว่าเรามีความชำนาญ
มีความคุ้นเคย ชอบพอกับภาษาใดมาก่อน ก็ให้เลือกภาษาที่เป็นแนวเดียวกันนั้น
เนื่องจากทุกภาษาใน .Net จะถูกแปล
เป็นภาษา Microsoft Intermediate Language (MSIL) โดยเฉพาะสองภาษาที่
จะเปรียบเทียบกันนี้ ถ้าเขียนโค้ด VB.Net อย่างถูกต้องดี รหัส MSIL ที่ได้
ก็แทบจะเหมือนกันเลย ดังนั้น performance ของงานที่ได้ ก็จะไม่แตกต่างกัน
นี่เป็นการยกระดับงาน Visual Basic เป็นอย่างมาก แล้วการที่ VB.Net ใช้
Base Class Library ของ .Net framework ร่วมกันกับ C# ก็ทำให้ VB.Net
programmer ถือเป็น first-class citizen ไปแล้ว

การเขียนโค้ด VB.Net อย่างถูกต้องดี เช่นมีการใช้ Option Strict On
หรือมีการใช้ DirectCast แทนที่จะใช้ CType เป็นต้น.

รายละเอียดการเปรียบเทียบสองภาษา ในข้อความนี้
รวบรวมประมวลมาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ หลายแห่ง
ซึ่งอาจจะต้องมีการพูดถึงศัพท์หรือเทคนิคลึกๆ บ้างเพื่อ
ให้ได้ความสมบูรณ์นะครับ

ดูข้อดีของ Visual Basic .Net
- รองรับ Optional argument ซึ่งสำคัญมากที่คุณต้องการใช้งานร่วมกับ
ActiveX component หรือการเขียนโค้ดชนกับพวก Office
- ทำตัวไม่ซีเรียสได้ คือยอมรับการทำ late-binding ได้
ถ้าไม่กำหนด Option Strict On การเขียนโค้ดพวกนี้ใช้กับพวก ActiveX
อีกนั่นเอง (ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเขียนโค้ดแบบ late-binding ใน .Net)
- รองรับการทำ named indexer (การสร้าง property ที่มี argument)
- มีคำสั่ง VB แบบเดิมๆ เช่น Left, Mid, UCase, ... ให้ใช้ง่ายๆ สำหรับ
ผู้ใช้ VB6 มาก่อน (การเรียกใช้ฟังก์ชันแบบเดิมๆ นี้จะมีผลต่อประสิทธิภาพ
ของโปรแกรม)
- มีประโยค With..End With ให้ใช้
- ความเรียบง่าย เช่นการสร้างประโยค Event
- สามารถกำหนดชื่อเมธอดของการ implements interface ที่ต่างจาก
ที่กำหนดไว้ใน interface ได้ (ผมว่าไม่ค่อยได้ประโยชน์เลย ทำให้ยุ่งยาก
ในการค้นหาเสียมากกว่า)
- มีประโยค Catch...When... ทำให้สามารถทำการ filter exception
ด้วยเงื่อนไขได้ นอกเหนือจากการ filter ด้วยชนิดของ exception เท่านั้น
- Visual Studio .Net จะทำการ compile โค้ดในลักษณะ background
ซึ่งช่วยเป็นข้อดีในโปรเจ็กต์ขนาดเล็ก แต่ถ้าโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่มหึมา
จะกลับเป็นข้อเสียอย่างมาก (มีฝรั่งหลายคนบ่นว่าต้องถึงกับต้องยอม
เปลี่ยนจาก VB.Net มาเป็น C# เลย ในโปรเจ็กต์ที่มีไฟล์มีคลาสเป็นพันๆ)

ข้อดีของ C# .Net
- รองรับ XML documentation คล้ายๆ javadoc คือเอาคอมเม้นต์
ในโค้ดมาแปลงเป็นเอกสาร technical manual ได้เลย
แต่ใน VB.Net เวอร์ชั่น 2005 (Whidbey) ก็จะรองรับในคุณสมบัตินี้ด้วย
- สามารถทำ operator overloading ได้ (VB.Net 2005 ก็จะทำได้เช่นกัน)
- รองรับ unsigned datatype (VB.Net 2005 ก็จะทำได้เช่นกัน)
- มีประโยค using เพื่อใช้จัดการกับ resource ที่เป็นแบบ unmanaged
- รองรับ unsafe code


สังเกตได้ว่า อะไรที่ใน C# มี ซึ่งเป็นสิ่งที่ซับซ้อน
ใน VB.Net เวอร์ชันถัดไป ก็จะมีด้วย แต่มักจะถูกนำมาแสดงในรูปแบบ
ที่ง่ายต่อความเข้าใจ แต่อะไรที่ VB.Net มี มักจะไม่ถูกนำไปเพิ่มให้
กับ C# เช่นรูปแบบการสร้าง event ที่เรียบง่าย อย่างประโยค Handles
หรือคีย์เวิร์ด My ที่จะมีใน VB.Net Whidbey (คิดว่าใน C# อาจจะไม่มี)
หรือ Optional argument (ใน C# แก้ปัญหานี้ด้วยการทำ overloading
แต่ก็จะไม่สามารถใช้งานร่วมกับ ActiveX component แบบเดิมได้อยู่ดี)

ถ้าขนาดของโปรเจ็กต์ที่คุณคิดว่าจะต้องทำในอนาคต
ใหญ่มากๆ ก็ควรจะเลือก C# ไปเสียแต่แรกเลย เว้นแต่จะมีวิธีแก้ปัญหา
IDE ที่ช้ามากๆ เมื่อมีไฟล์จำนวนมากของ VB.Net ได้

เขาว่าภาษา VB.Net เป็น 4GL (ภาษา Generation ที่สี่)
แต่ภาษา C# ถูกวางเป็น 3GL กว่าๆ คือสูงกว่า 3GL เช่น C++ แต่ไม่ถึง 4GL

ถ้าเอาความอย่างที่ Microsoft วาง position ไว้
ภาษา VB .Net เป็น task-oriented
ภาษา C# .Net เป็น code-focused

ถ้าเอามาสร้าง application ทางธุรกิจ ภาษา VB.Net จะเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม
อย่างปฏิเสธไม่ได้ เนื่องจากแทนที่โปรแกรมเมอร์จะไม่ต้องคำนึงถึง
เรื่องลึกๆ ที่เรียนกันในวิชาของพวก computer science กันบ่อยๆ
จึงเรียกว่ามี productivity ดี เพราะเอาเวลามาสร้างงานเลย

แต่นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งว่า ถ้าใช้ C# ศัพท์แสงในเนื้อภาษา
จะเป็นศัพท์แบบที่ใช้ในวงการ computer science
เช่น abstract, static เป็นต้น ซึ่งจะจำเป็นถ้าต้องมีการใช้เครื่องมือ
อย่างพวก Rational Rose หรือ Modeling tools อื่นๆ


สิ่งที่รวบรวมมารวมกับความคิดเห็นเพิ่มเติมบางอย่างนี้เข้าไป
มีทั้งด้าน รูปแบบภาษา การใช้งานจริง และแฟกเตอร์อื่นๆ
อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง ถ้ามีก็ช่วยบอกเพื่อปรับปรุงเพิ่มเติมต่อไปนะครับ.


surrealist วันที่ส่ง: 1 ก.ค. 47 00:21 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 1 ก.ค. 47 00:21 GMT+7
REPLY #2 (5959)
อยากทราบว่า ภาษาแต่ละรุ่นเป็น ยังไง ครับ เห็นพูดถึง 4GL ไม่ทราบว่า
1GL ,2GL ,3GL ,4GL นีมันเป็นยังไง ครับ ขยายความให้ ฟังหน่อย


ERROR วันที่ส่ง: 26 ก.ค. 47 21:02 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 26 ก.ค. 47 21:02 GMT+7
REPLY #3 (5961)
เมื่อต้องการทราบความหมายของศัพท์ทางคอมพิวเตอร์
ค้นหาที่ http://www.webopedia.com ได้นะครับ

ผมไม่ใช่นักทฤษฎีเท่าไรนัก
พอถูกถามเชิงทฤษฏีก็ต้องค้นคว้าหาความรู้มาให้
อย่างเรื่องนี้ค้นได้ที่
http://www.webopedia.com/TERM/F/fourth_generation_language.html

สรุปให้ได้ดังนี้
1GL - machine language.
2GL - assembly language.
3GL - high-level programming languages. (C, C++, Java)
4GL - programming languages ที่ใกล้เคียงกับภาษามนุษย์
มากกว่า 3GL ซึ่งส่วนมากจะเป็นภาษาที่ใช้ในการเข้าถึงฐานข้อมูล เช่น

FIND ALL RECORDS WHERE NAME IS "SMITH"

จะว่าไปภาษา Visual Basic .NET ก็ไม่น่าจะถึงกับเป็น 4GL
แต่ไม่ผิดที่มีความใกล้เคียงกับภาษามนุษย์มากกว่าภาษา C

5GL - ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ AI และ neural networks.


surrealist วันที่ส่ง: 26 ก.ค. 47 21:53 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 26 ก.ค. 47 21:53 GMT+7
REPLY #4 (6777)
ก้อเพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น ผมก็ศึกษาไว้ทั้งสองภาษาเลย อิอิ


wewe วันที่ส่ง: 12 ต.ค. 47 23:07 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 12 ต.ค. 47 23:07 GMT+7
REPLY #5 (8287)
ศึกษาทั้งสองภาษาก็ได้ครับ ผมว่ามันก็คล้ายๆกันนะ
vb 6.0 ผมยอมรับว่าง่ายกว่า c มาก แต่ c# ไม่ได้ยากไปกว่า vb.net เลย


mote วันที่ส่ง: 15 ก.พ. 48 07:00 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 15 ก.พ. 48 07:00 GMT+7
REPLY #6 (10088)
"ถ้าขนาดของโปรเจ็กต์ที่คุณคิดว่าจะต้องทำในอนาคต
ใหญ่มากๆ ก็ควรจะเลือก C# ไปเสียแต่แรกเลย เว้นแต่จะมีวิธีแก้ปัญหา
IDE ที่ช้ามากๆ เมื่อมีไฟล์จำนวนมากของ VB.Net ได้"


ปัญหานี้ Microsoft เค้าจะแก้หรือเปล่าครับ
ผมชอบ VB.NET มากเลยนะครับ ทำแล้วมันได้งานดี
แต่เจอปัญหาดังกล่าวเหมือนกัน


J วันที่ส่ง: 21 มิ.ย. 48 09:03 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 21 มิ.ย. 48 09:03 GMT+7
REPLY #7 (10089)
ในระบบงาน ผมก็ใช้ทั้ง VB.NET และก็ C# น่ะครับ คิดว่า Tools ในปัจจุบัน พวก Model ต่าง ๆ ยังสนับสนุน C# อยู่หลายตัว ส่วนที่เป็น VB มีไม่มากครับ
ผมเลือกที่จะโหลดเข้ามาทำงานเฉพาะโปรเจ็คที่จะทำงานจริง ๆ ครับ เพราะทราบดีว่า หากโหลดมาทั้งหมดทีเดียว หากมี Project เกินซัก 30 - 40 Project ก็จะเริ่มรู้สึกแล้วครับว่าช้ามาก แต่ถ้าต่ำว่านั้นผมแทบจะไม่รู้สึกเท่าไหร่ครับ ก็ไม่ต่างไปจากพวก Sun Java Studio Enterprise เท่าไหร่ครับ รายนั้น ช้าเอาเรื่องเหมือนกัน แต่ Version 7 ที่ออกใหม่ผมยังไม่ลองเลย

ลองไปโหลด dot Net NuKe มาลองเล่นดูก็ได้ครับ ถ้าจำไม่ผิดโปรเจ็คมีมากเกิน  30 Project ครับ ลองศึกษาดูได้ครับ


Nine (นาย) วันที่ส่ง: 21 มิ.ย. 48 09:39 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 21 มิ.ย. 48 09:39 GMT+7
REPLY #8 (15758)
อยากทราบว่า การเขียนvb กับ vb.net แตกต่างกันอย่างไร


auy วันที่ส่ง: 31 มี.ค. 49 00:51 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 31 มี.ค. 49 00:51 GMT+7
REPLY #9 (30618)
 
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเขียน VB มาก่อน  เริ่ม C# ดีกว่าครับ
ประเด็นสำคัญที่มี VB.net เพราะMicrosoft เห็นใจคนรุ่นก่อน ที่เขียน VB แล้วไม่อยากเปลี่ยนไปเขียน C#  จึงลงทุนพัฒนา VB.net ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ใกล้เคียง กับ C#  แต่ถ้าเทียบกันหมัดต่อหมัดแล้ว ต้องเทียบ C# กับ Java ครับ
 
Java kill VB,
C# Kill Java...


.net Guru วันที่ส่ง: 7 ธ.ค. 49 18:12 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 7 ธ.ค. 49 18:12 GMT+7
REPLY #10 (30620)

Pleae be noted that my comment above is only anyone who want to get the career for the professional programmer/developer on "Enterprise" level solution.

 
Java kill VB,
C# Kill Java...


.Net Guru วันที่ส่ง: 7 ธ.ค. 49 18:16 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 7 ธ.ค. 49 18:16 GMT+7
REPLY #11 (30625)
Java kill VB,
C# Kill Java... and I will kill myself


ateens108 วันที่ส่ง: 7 ธ.ค. 49 18:44 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 7 ธ.ค. 49 18:44 GMT+7
REPLY #12 (30628)
then RUBY will come! and step over both c#and java .


hoksee วันที่ส่ง: 7 ธ.ค. 49 21:24 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 7 ธ.ค. 49 21:24 GMT+7
REPLY #13 (30632)
and the RuBan 555+


... วันที่ส่ง: 7 ธ.ค. 49 21:49 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 7 ธ.ค. 49 21:49 GMT+7
REPLY #14 (30641)
ไม่น่าจะมีอะไร Kill อะไรทั้งนั้น.
 
ถ้าจะมีภาษาใดตาย ก็คงตายเพราะตัวมันเอง
ที่ไม่ปรับปรุงพัฒนาไปตามเวลาที่ผ่านไป
แต่ดูแล้วทั้ง VB, C# และ Java ก็พัฒนา
ตัวเองได้ดีอย่างไม่น่าห่วง ตราบใดที่ภาษานั้นยังตอบโจทย์ได้
ก็ยังมีคนใช้ ก็จะไม่ตาย เหมือนกับภาษาพูดของคนที่ยังมีคนจะพูดอยู่
 
ผมคิดว่า ที่มักจะตายก่อน คือเรานั่นเอง
เพราะพอเห็นฟีเจอร์ใหม่ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ
เช่น สิ่งที่จะพบใน .NET3, VB9, C#3, LINQ
หลายคนที่เคยอ่าน เคยเห็น เคยฟังแล้ว
ต้องบอกว่ายากขึ้นจริงๆ หลายคนก็จะคิด
เอ๊ะ ตูจะเรียนรู้ต่อไปดีมั้ยเนี่ย.. (หรือจะจอดดี)
 
เมื่อเราแก่ตัวขึ้นทุกวัน ภาษาใหม่เวอร์ชั่นใหม่ ที่บอกว่าใช้ง่ายขึ้นได้งานเยอะขึ้น
เอาเข้าจริงๆ ต้องแลกมากับการเรียนรู้มากขึ้นด้วย (ไม่เห็นง่ายอย่างที่บอกตอนแรก)
ก็เหมือนกราฟเส้นสองเส้นที่มีจุดตัดกัน เหมือนสมการจุดคุ้มทุน
 
ซึ่ง "จุดตัด" ก็คือ เวลาที่เราเริ่มบอกตัวเองว่า "พอแล้ว จอดเหอะ"
มีความสุขกับสิ่งที่คุ้นเคย และปฏิเสธกับสิ่งที่มาใหม่ดีกว่า
จากนั้น เราก็จะเริ่มตาย ไปจากสิ่งที่มันยังไม่ยอมตายก่อนเราสักที..
 
 
 
ปัจฉิมบท:
คงเป็นความคิดเห็นหนึ่ง ในห้วงเวลาหนึ่งเท่านั้นน่ะครับ ไม่ได้ตั้งใจเถียงใครนะครับ
โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบภาษา VB และ C# ทั้งคู่ แต่จะถนัด VB มากกว่า
เพราะใช้มากกว่า ข้อมูลล่าสุดที่ได้จากแบบสอบถามในงาน MSDN Seminar ครั้งล่าสุด
มีข้อมูล (จากคนไทยจริงๆ) ที่น่าสนใจ คือ มีการใช้ภาษา VB.NET ประมาณ 60%
ในขณะที่ C# ประมาณ 40% ส่วน VB 6.0 คิดว่าไม่ถึง 5%
 
ส่วนเครื่องมือ 50% ใช้ VS 2005 ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่คือ VS 2003
และ VS 2002 แทบไม่มีคนใช้แล้ว.


surrealist วันที่ส่ง: 8 ธ.ค. 49 00:39 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 8 ธ.ค. 49 00:39 GMT+7
REPLY #15 (30652)
เห็นด้วยกับ อาจารย์ครับ และผมว่า VB กับ C# ก็ยังไม่ค่อยต่างกันเท่าไร ใช้ Framework เดียวกัน และยังสามารถตอบโจทย์ให้กับคนส่วนใหญ่ได้ครับ ผมเริ่มใช้งาน VB.Net มาก่อนก็เลยจะใช้ VB.Net ได้คล่องกว่า แต่ในการทำงานจริงตอนนี้ต้องใช้ทั้ง VB.Net และ C# เลยครับ ขึ้นกับโปรเจคและอื่นๆ (โดนบังคับเลือก 555) ครับ


soccers_guy10 วันที่ส่ง: 8 ธ.ค. 49 08:18 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 8 ธ.ค. 49 08:18 GMT+7
REPLY #16 (30653)

สามารถหลาย ๆ ภาษา เท่ากับ เพิ่มความกว้างขวาง ในการทำงานมากขึ้น

ไม่จำเป้นต้องถนัดทุกภาษา แต่อ่านแล้วเข้าใจก็เพียงพอ ครับ



Nine (นาย) วันที่ส่ง: 8 ธ.ค. 49 08:40 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 8 ธ.ค. 49 08:40 GMT+7
REPLY #17 (30666)

อาจารย์ตอบได้สุดยอดเลยครับ

ใช่เลยครับ มีแต่เราที่พอถึงจุดๆหนึ่ง ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างมาส่งผล
ได้แก่ 
         - อายุ
         - ความทะเยอทะยาน (ไฟหมด)
         - เวลา (คงต้องให้เวลาครอบครัว)
และอื่นๆ
 
เราต่างหาก ที่จะเป็นฝ่ายขอหยุดเอง(คุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้
เทคโนโลยีมันก็ยังไปของมันเรื่อยๆ แล้วเชื่อว่า Microsoft และ Sun ไม่ยอมตายแน่นนอน
 


magpies96 วันที่ส่ง: 8 ธ.ค. 49 09:25 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 8 ธ.ค. 49 09:25 GMT+7
REPLY #18 (35718)
ได้ประโยชน์อีกแล้วค่ะกำลังจะไปตอบคำถามอาจารย์ที่ว่าทำไมเลือกใช้ vb.net แทน c#.net ก็ไม่รู้จะตอบยังไงดีแต่ในใจลึกๆคือเดิมทีอยากใช้c#เพราะเห็นว่ามันเหมือนจะดีกว่าแต่พอไปซื้อหนังสือมา3-4เล่มแล้วลองนั่งเขียนๆดู เหมือนมันจะหมดไฟ แล้วหาข้อมูลยากมีแต่ของต่างประเทศแปลก็ไม่ค่อยออก โง่ภาษาอังกิด อีก แล้วในประเทศไทยเรานิยมใช้vb vb.netกันมาก ข้อมูลก็เยอะ ซอสโค้ดก็เยอะ ผู้รู้หรือเซียนทั้งๆหลายก็เยอะดูแล้วว่าอนาคตของโปรเจ็คที่กำลังจะทำมีความหวังว่าจะสำเร็จมากกว่า แต่ไม่มีข้อมูลด้านเทคนิค หรือ ความรู้ลึกๆ เกี่ยวกับ 2 ภาษานี้เลย เลยทำให้ตอบโจทย์อาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจ็คไม่ได้ หากท่านผู้รู้มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมช่วยตอบด้วยนะคะ กำลังจะสอบโปรเจ็ค1 เกี่ยวกับทฤษฎี สโคปงาน แล้วก็พวกเหตุผลการเลือกใช้เครื่องมือในการพัฒนา และการเลือกใช้ฐานข้อมูล โปรเจ็คที่ทำไม่ใหญ่ คือ โปรแกรมเช่า-ขาย vcd dvd และขายของใช้ต่างๆได้หรือของกินคือมันขายของอย่างอื่นนอกจากvcdได้นั่นแร่ะค่ะ แล้วก็สมารถทำงานออนไลน์ได้ lan ได้ รองรับการเข้าถึงข้อมูลพร้อมๆๆกันได้ เขียนเปน window app สามารถทำงานstand alone ได้ ประมาณนี้อ่ะค่ะ แล้วสิ่งที่เลือกคือ vb.net 2005 กับ mysql เลยทำให้ต้องตอบคำถามมากมายเพราะ ตัวเครื่องมือกับฐานข้อมูลมันคนละตะกูลกันเลย เหมือนคนรวยมาบรรจบกับคนพอเพียง  ที่พูดแบบนี้เพราะ vb.net 2005มันมีเรื่องค่าลิขสิทธิ์ และเป็นตะกูล microsoft น่าจะใช้กับ access หรือ sql srever  ส่วนmysql ก็เป็นของที่ดีและไม่มีค่าลิขสิทธิ์ น่าจะใช้กับพวกตะกูลของดีและฟรีเหมือนๆๆกันเช่น php java python อะไรแบบนั้น มันจะได้ฟรียกเซ็ท   แต่ที่เลือกแบบนี้คืออยากตอบอาจารย์จังว่า เพราะ
1. โง่ java เรียนมาแล้วมันไม่เก็ท ยาก syntax ยาว งง ไม่ชอบ
2. ขี้เกียจเริ่มต้นใหม่กับภาษาที่ไม่คุ้นเคย
3. ชอบ vs 2005 มันมีcontrol สวยๆๆ ลากวางๆๆๆ ดูแล้วชอบ <<ดูมีเหตุผลรึเปล่า
 
แล้วก็อยากตอบคำถามที่ว่าทำไมเลือกทำเปน win app แล้วทำไมไม่ทำเปน web app ในเมื่อต้องการให้มันทำงานออนไลน์
1. อยากทำเป็นwinapp มากกว่าwebapp เพราะอยากให้มันเร็วๆๆ เมื่อเวลาออนไลน์เพราะไปดึงข้อมูลมาประมวลผลบนเครื่องเราดีกว่าไปประมวลบนเครื่องเซิฟเว่อ คือคิดเองเออเองนะคะ
2. ขี้เกียจเรียนรู้ใหม่ๆ ในการเขียนเวป<<คำตอบสิ้นคิด
3. อยากให้มันดูใช้งานง่ายๆ เคาะๆๆ คีบอด มากกว่าใช้เมาท์คลิก เวลาเพิ่มข้อมูลอะไรพวกนี้ คือมันจะมีกด F1 F2 F3ง่ายๆมืออยุ่ที่คีบอดเกือบตลอดไม่ต้องคลิกเมาท์ที แล้วมาพิมที ให้มันดูง่ายๆๆ เพราะคนที่นำไปใช้จริงค่อนข้างจะสอนลำบากเพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมเลย คือให้เขาคีย์ข้อมูลง่ายๆๆเคาะๆๆไปมา ดูน่าจะเข้าใจง่ายกว่า<<รึเปล่า??
 
หากท่านอ่านมาถึงตรงนี้คงพอจะทราบว่าเหมือนจะสิ้นคิดที่ทำโปรเจ็คจบด้วยการเขียนโปรแกรมทั้งๆๆที่ความรู้เท่าหางอึ่ง  แต่อยากบอกว่าถ้าให้ไปทำพวกhardware หรือ อย่างอื่นที่เขาทำกัน คงจะสิ้นคิดกว่านี้แน่นอน เพราะทำคนเดียว ความรู้ที่มีก็แสนจะน้อยนิด เลยคิดว่าโปรแกรมนี้น่าจะเหมาะที่สุดแล้วแต่ทว่า วันที่ 16 กพ 2550 ที่จะถึงต้อบสอบปากเปล่าแล้วยังมิมีคำตอบดีๆๆ เหตุผลที่มันดูเป็นวิชาการไปตอบคณาจารย์ทั้งหลายได้เลย
 
หากท่าน อาจารย์ และผู้รู้ทั้งหลาย พอจะช่วยอนุเคราะห์ตอบคำถามของหนู ก็จักกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งเจ้าค่ะ
 
1. vb.net 2005 กับ C#.net 2005 ต่างกันอย่างไร จากโปรเจ็คที่กล่าวมา ทำไมถึงเลือกใช้vb.net 2005
2.ทำไมเลือกใช้ฐานข้อมูลเป็น Mysql?
3.ข้อจำกัดของฐานข้อมูล Access คืออะไร?
4. เมื่อพูดถึงการรองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่าง Mysql กับ access อะไรทำงานได้ดีกว่ากัน เพราะอะไร?
5. เมื่อพูดถึงความเร็วในการทำงานของฐานข้อมูลกับเครื่องมือ vb.net 2005 กับmysql เทียบกับ access ตัวไหนเร็วกว่ากัน?
6.การที่โปรแกรมตามท้องตลาดหรือตามinternet ที่เป็นโปรแกรมเช่า-ขายvcdนั้นทำไมโปรแกรมที่ใช้ ฐานข้อมูลเป็นaccessถึงรวน เมื่อใช้ไปได้ระยะหนึ่งเช่น 3-4   เดือน หรือเมื่อฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่
7. .Net framework 2.0 คืออะไร concept ของมันเพื่อ?
 
 
หากอาจารย์ท่านใดเมตตาช่วยตอบคำถามก่อนวันที่ 15 กพ 2550 นี้นะคะ จะรอค่ะ puchcy@hotmail.com หรือ puchcy@gmail.com
 
ขอบคุณค่ะ 


puchcy วันที่ส่ง: 10 ก.พ. 50 17:18 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 10 ก.พ. 50 17:18 GMT+7
REPLY #19 (35899)
ถ้าเน้นไหลและต่อยอดหาภาษาอื่น ๆ หรือระบบอื่น ๆ ได้ต้อง C# ครับ


SuperTee วันที่ส่ง: 13 ก.พ. 50 09:25 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 13 ก.พ. 50 09:25 GMT+7
REPLY #20 (36026)
ทำไมC#ถึงไม่ถึง 4Gค่ะ


puchcy วันที่ส่ง: 14 ก.พ. 50 12:51 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 14 ก.พ. 50 12:51 GMT+7
REPLY #21 (43451)
ทดลองการส่งเมล์


อร วันที่ส่ง: 10 เม.ย. 50 09:40 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 10 เม.ย. 50 09:40 GMT+7
REPLY #22 (43464)

Java Kill VB

C# Kill Java
 
------------------
 
SA Kill Programmer
User Kill SA
Manager Kill User
MD Kill Manager
Customer Kill MD
==========
If Programmer = Customer.....???


SuperTee วันที่ส่ง: 10 เม.ย. 50 12:49 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 10 เม.ย. 50 12:49 GMT+7
REPLY #23 (43469)
If Programmer = Customer Then Supplier = Microsoft ...


soccers_guy10 วันที่ส่ง: 10 เม.ย. 50 13:09 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 10 เม.ย. 50 13:09 GMT+7
REPLY #24 (43636)
ผมก็ใช้แต่ VB6 ตัวความรู้ทาง .Net ยังไม่ถึงไหน ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน ก็ขอแนะแสดงความเห็นไว้แล้วกันนะครับ...
1. vb.net 2005 กับ C#.net 2005 ต่างกันอย่างไร จากโปรเจ็คที่กล่าวมา ทำไมถึงเลือกใช้vb.net 2005
...อันนี้ก็ตามที่อาจารย์บอกไว้ข้างบนละครับ มีหลักการดีแล้ว.
...เพราะ VB ตัวคำสั่งใช้ภาษาจะยาวๆ ง่ายๆ ใกล้เคียงภาษาอังกฤษที่คนใช้กันทั่วไป (4GL) และธรรมชาติของภาษาระดับสูง 4GL จะทำงานช้ากว่าภาษาระดับต่ำครับ.
...แต่ C# คำสั่งจะสั้นๆ ห้วนๆ เน้นไปทางหลักทางภาษาทาง Computer มากว่าเน้นเขียน Code เยอะๆ แต่ทำงานเร็วตามแบบฉบับของภาษา C ดังเดิมเค้า(3GL).
 2.ทำไมเลือกใช้ฐานข้อมูลเป็น Mysql?
...ตัว MySQL ต้องไปเทียบกับ MS SQL Server ครับ เพราะเป็นการทำงานแบบ Client/Server คือ Server ทำหน้าที่ทำงานกับ Data ตามคำสั่งที่ Cleint ร้องขอ/ส่งคำสั่งมา.
...ที่เค้าเลือก MySQL เพราะฟรีไม่ต้องซื้อ และต้องการเครื่องคอมฯที่ spec ไม่ต้องสูงมากเท่า SQL ก็สามารถทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ได้ ส่วนของ MS SQL Server แบบฟรีก็มี (MSDE,Express) แต่จะมีข้อจำกัดบางอย่าง ที่ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้กับข้อมูลขนาดใหญ่.
3.ข้อจำกัดของฐานข้อมูล Access คืออะไร?
...ทำงานเป็น Database File เหมือน File Excel,Text ทั่วไป ที่โปรแกรมที่เครื่อง Client ทำงานกับ Data เองโดยตรง. ทำให้การนำไปใช้การในระบบ Network จะมีปัญหาส่งข้อมูลช้า ยิ่งขนาดข้อมูลใหญ่ก็ยิ่งช้า เพราะไม่ได้ทำงานแบบ Client/Server.
4. เมื่อพูดถึงการรองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่าง Mysql กับ access อะไรทำงานได้ดีกว่ากัน เพราะอะไร?
...MySQL ดีกว่า เพราะ MySQL เป็น Database Server ทำงานแบบ Client/Server ส่วน Access ทำงานเป็น Database File.
5. เมื่อพูดถึงความเร็วในการทำงานของฐานข้อมูลกับเครื่องมือ vb.net 2005 กับmysql เทียบกับ access ตัวไหนเร็วกว่ากัน?
...ขึ้นอยู่กับระบบ Network ถ้าเอา Data วางไว้ที่เครื่องๆเดียวใช้อยู่คนเดียวอาจจะไม่ต่างกันมาก. แต่ถ้าทำงานแบบหลายเครื่อง เป็นระบบ Network MySql จะเร็วกว่า.
6.การที่โปรแกรมตามท้องตลาดหรือตามinternet ที่เป็นโปรแกรมเช่า-ขายvcdนั้นทำไมโปรแกรมที่ใช้ ฐานข้อมูลเป็นaccessถึงรวน เมื่อใช้ไปได้ระยะหนึ่งเช่น 3-4   เดือน หรือเมื่อฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่
...ตัว Access ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานกับข้อมูลขนาดใหญ่ และการทำงานเป็นแบบ Database File ใช้ได้กับ OS Desktop ทั่วๆ ถ้า File ต่างๆ ในเครื่องคอมฯ/Harddisk มีปัญหา File ของ Access ก็จะมีปัญหาไปด้วย.
7. .Net framework 2.0 คืออะไร concept ของมันเพื่อ?
...ผมไม่แน่ใจนะว่าเพื่อจะไร แต่คิดว่าเพื่อความยืดยุน เหมือนที่ Java เค้าเขียน Code แล้วนำ App นั้นไป Run ได้กับ ทุกเครื่อง ทุกOS ที่เค้ามีตัว VM ลงไว้.
...ซึ่งถ้าเป็น app ที่พัฒนาด้วย .net ก็คือตัว .Net framwork 2.0 เหมือนกับว่าจะเป็นตัวกลางในการติดต่อกับ OS จากเดิมที่ App ที่พัฒนาขึ้นต้องยึดติดอยู่กับ OS โดยตรงทำให้เกิดความไม่ยืดหยุน และการจัดการการทำงานของ APP ต่างๆ ควบคุมได้อยาก และการเรียกใช้ API ที่ OS มีให้ก็ทำลำบาก เลยรวบรวมมาเป็น .Net framwork 2.0 ให้ใช้ได้ง่ายๆ เป็บแบบแผน และปรับปรุ่งเพิ่มเติมได้ง่าย และอาจจะมีคนทำ .Net framwork ไปใช้กับ OS อื่นที่ไม่ใช่ Windows ก็ได้ครับ.


Tue2549 วันที่ส่ง: 11 เม.ย. 50 13:55 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 11 เม.ย. 50 13:55 GMT+7
REPLY #25 (43668)
อาจารย์สุเทพยังไม่แก่หลอกครับ หน้ายังใส และดูเด็กอยู่เลยนะครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีครอบครัวแล้วจริงๆๆ ความคิดเห็นอาจารย์สุดยอดมากครับ


tack วันที่ส่ง: 11 เม.ย. 50 21:48 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 11 เม.ย. 50 21:48 GMT+7
REPLY #26 (43720)

แต่ผมชอบ Pascal มาที่สุดละ

ในบรรดาภาษาที่เคยเขียนมา ผมว่ามัน Classic ดี อิอิ...



เต้คุง วันที่ส่ง: 12 เม.ย. 50 11:05 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 12 เม.ย. 50 11:05 GMT+7
REPLY #27 (44143)
55+  เห็นด้วยกับ เต้คุงครับ  เพราะชอบเหมือนกัน
 
แต่ผมเป็นคนนึงที่ใช้แต่ c#  และเขียน vb ไม่เป็น   แต่พออ่าน code มันรู้เรื่อง
แน่นอนครับผมเชียร์ c#
 
ผมไม่รู้ว่า tool ของ vb มีตัวช่วยมากแค่ไหน  แต่สำหรับ c# ผมคิดว่ามีครบและใช้ง่ายทีเดียว
แต่ปัญหาที่ผมเจอครับ  ผมเป็นเด็กใหม่ที่เข้าไปทำงานในบริษัท  โปรแกรมเมอร์ในบริษัททุกคนจับ vb กันหมด
เพราะฉะนั้นผมไม่สามารถถามใครได้ มีอะไรต้องลุยคนเดียว
แต่การที่ต้องหาข้อมูลด้วยตัวเอง มันทำให้ผมพัฒนาได้เร็วทีเดียว
 
 


EviLStep วันที่ส่ง: 17 เม.ย. 50 11:48 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 17 เม.ย. 50 11:48 GMT+7
REPLY #28 (44626)
VB.NET กับ Visual Basic 2005 เหมือนกันหรือเปล่าค่ะ


kai วันที่ส่ง: 19 เม.ย. 50 15:07 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 19 เม.ย. 50 15:07 GMT+7
REPLY #29 (46054)
คือผมอยากทราบว่า vb 6.0 กับ vb 2005 มข้อแตกต่างอะไรบ้าง เรียนท่านที่พอจะทราบ ตอบกับมาทาง mail ของผมด้วยครับ ขอบคุณครับ


สุวิทย์ วันที่ส่ง: 27 เม.ย. 50 11:58 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 27 เม.ย. 50 11:58 GMT+7
REPLY #30 (46112)
เนื้อสาระดีๆขอบคุณ GF มากๆ GFจงเจริญอายุมั่นขวัญยืน หมื่นๆปี(บ้าหนังจีนไปหน่อยคร๊าบ)


mamgmo วันที่ส่ง: 27 เม.ย. 50 16:39 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 27 เม.ย. 50 16:39 GMT+7
REPLY #31 (46962)
7. .Net framework 2.0 คืออะไร concept ของมันเพื่อ? >>>ไม่ว่าคุณจะใช้ภาษาในตระกลู.net ไหนในการเขียน มันจะถูกแปลงเป็น Microsoft Intermediate Language (MSIL) แล้วค่อยทำงานเหมือนกันทั้งสิ้น นั่นหมายถึงว่า ถ้าคุณเก่งVB.net ก็ทำงานร่วมกับ VC++.net หรือ C#.net ได้ โดยไม่ต้องมาเปลี่ยนภาษาใหม่ ไม่ใช่การข้ามแพตฟอร์มเหมือน VM ของ Java นะครับ โปรแกรมยังต้องทำงานบนวินโดว์เหมือนเดิม ถาม : VB.NET กับ Visual Basic 2005 เหมือนกันหรือเปล่าค่ะ ? VB.NET = Visual Basic 2003 นั่นคือ Visual Basic 2005 คือเวอร์ชั่นใหม่ของ VB.net โดยเพิ่มความสามารถขึ้นไปอีก จึงบอกได้ว่า คล้ายกันแต่ไม่เหมือนเลยซะทีเดียว ถาม : คือผมอยากทราบว่า vb 6.0 กับ vb 2005 มีข้อแตกต่างอะไรบ้าง ? VB6.0 ที่ถูกอัพเกรดขึ้นมา ให้สามารถทำงานในระบบ .net framework ได้ และยังเพิ่มความสามารถของ OOP อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย


์NOKY วันที่ส่ง: 4 พ.ค. 50 04:17 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 4 พ.ค. 50 04:17 GMT+7
REPLY #32 (48401)

ขอแย้งแบบนุ่มนวลครับท่าน

===============================================
ข้อมูลล่าสุดที่ได้จากแบบสอบถามในงาน MSDN Seminar ครั้งล่าสุด
มีข้อมูล (จากคนไทยจริงๆ) ที่น่าสนใจ คือ มีการใช้ภาษา VB.NET ประมาณ 60%
ในขณะที่ C# ประมาณ 40% ส่วน VB 6.0 คิดว่าไม่ถึง 5%
===============================================
 
VB.Net หรือ C# ที่มีจำนวนมากก็เพราะช่วง 3-4 ปีหลังมานี้ ทุกสถาบันการศึกษาแทบจะทั้งนั้น บรรจุเอาไว้ในหลักสูตรให้นักศึกษาได้เรียน ขืนไม่ให้เรียนพวกนี้ซิครับ เดี๋ยวก็ตกเทรนต์กันพอดี
 
แล้วเราลองหันกลับมามองในโลกแห่งความจริงกันหน่อยครับ ในปัจจุบันนี้ ณ เวลานี้ มีผู้ผลิตหรือพัฒนาโปรแกรมในไทยสักกี่รายที่ใช้เทคโนโลยี Dot Net เมื่อ "เปรียบเทียบ" กับงานที่ผลิตจาก VB6 หรือ Delphi อันนี้หาดูได้ไม่ยากเลยครับ
 
หาก VB6 นี่มีเพียง 5% ผมคิดว่านี่แหละคือกลุ่มที่เก่งเรื่องของโปรแกรมมิ่งแบบสุดๆ
 
แล้วทำไม VB6 จึงอยู่ยั้งยืนยงไปได้อีกหลายปี บอกได้สั้นๆ "ต้นทุนถูกกว่า"
 
แล้วทำไม Dot Net จึงยังไม่รุ่งเรือง (ในทางการค้า) คิดว่าหลายท่านมีคำตอบแล้วล่ะ
 
สรุป ปริมาณของ "คนใช้โปรแกรม Dot Net" มากก็จริง แต่ "คนเขียนโปรแกรม Dot Net" ได้ถึงแก่นยังมีน้อย และน้อยกว่า VB6 ด้วย


ทวนกระแส วันที่ส่ง: 16 พ.ค. 50 21:39 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 16 พ.ค. 50 21:39 GMT+7
REPLY #33 (48416)
ขอบคุณสำหรับการเสนอความคิดเห็นอย่างนุ่มนวลของคุณทวนกระแส
ผมไม่ถือว่าเป็นการแย้งหรอกครับ เพราะข้อความที่คุณทวนกระแสยกมาอ้าง
นั้นเป็นข้อเท็จจริงของงานๆ หนึ่ง อันนี้แย้งไม่ได้ เพราะข้อมูลมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
 
แต่ท่านย่อมวิจารณ์ได้ครับว่าคิดเห็นอย่างไรกับข้อมูลนั้น.


surrealist วันที่ส่ง: 16 พ.ค. 50 22:06 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 16 พ.ค. 50 22:06 GMT+7
REPLY #34 (48447)
ภาษาในการโปรแกรมมิ่งเป็นเรื่องหนึ่งที่มักถามกันมาก จากประสพการณ์ของผม ผมว่ามันเป็นเรื่องของอคติ บวกจริต
ผมหมายความว่า จริง ๆ แล้วทุกภาษาที่ถูกสร้างขึ้นมีจุดมุ่งหมายของมันอยู่ เดิมทีผมเป็นคนพัฒนางานโดยใช้ภาษา C/C++
เป็นหลัก ดังนี้นภาษาใดที่มีความใกล้เคียงกับภาษาดังกล่าวผมก็มักจะชอบเป็นพิเศษ (อคติส่วนตัว) ถามว่าภาษา C/C++
มีอะไรที่เหนือกว่าภาษาอื่นไหม ในบางแง่ก็ใช่ แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นดาบมาสนองเราเองด้วยเช่นกัน
เช่น การมี pointer หรือ การกำหนด ความสัมพันธ์แบบ friend ได้ ถ้าออกแบบโปรแกรมไม่ดี เราจะไปเจอดาบคมนั้นตอน
เพิ่ม requirement หรือตอน maintenance ต้นทุนในการแก้จะมากกว่า
ใน dot net ผมว่าตัวภาษาจะมีความคล้าย ๆ กัน เหตุผลคงเป็นเพราะ IL ของ CLR จะต้องทำการ mapping คล้าย ๆ กัน
โดยเฉพาะต้องสร้างภาษาที่สามารถ Interop กันได้ด้วยแล้วโครงสร้างของภาษาจึงมีความใกล้เคียงกัน
แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าจะมีภาษา C ที่ไม่ได้เป็น C++ บน dot net ไม่ได้นะ สามารถทำได้เหมือนกันเพียงแต่
ความสามารถในการ interop กับภาษาอื่นก็จะหมดไป

ในความคิดของผม ผมว่าอนาคตของ dot net น่าจะเพิ่มขึ้นมากส่วนความสามารถในการใช้ dot net ในการโปรแกรมมิ่ง
น่าจะเพิ่มขึ้นตามมา (ไม่เช่นนั้นจะมี web site นี้ทำไม) เพราะทุกคนต่างเป็น newbies สำหรับ dot net กันหมด
มันคงต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และเก็บประสบการณ์กันอีกสักพัก แต่ไม่น่านาน
ส่วนตัวผม ผมพบว่าการพัฒนางานบน dot net ใช้เวลาในการพัฒนาน้อยลง แต่ใช้เวลาในการเรียนรู้มากขึ้น
แต่เวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ไม่ได้หลุดจากความรู้เรื่อง dot net หรือระบบของมัน ตรงนี้สิสำคัญ
สมัยผมใช้ภาษา C/C++ พัฒนางานอยู่ ผมต้องอ่านมากมาย และทุกเรื่องเป็นเงื่อนไขใหม่ที่ต้องจดจำเสมอ
เพราะฉะนั้น dot net เรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจอาจจะมาก แต่ใช้เวลาเรียนรู้น้อยลง
...อ้อ ลืมไปพูดเรื่องภาษาโปรแกรมมิ่งอยู่ดี ๆ ไปร่ายยาวเรื่องอื่นซะนี่ ....ส่วนที่ถามว่า C# หรือ VB.NET
ควรเลือกใช้อะไรดี ผมว่าเป็นมันทั้งสองย่อมดี แต่คงเป็นไปได้ลำบาก (เพราะอคติ หรือจริต) เพราะทุกภาษา
สุดท้ายจะมี idiom ของมัน ยิ่งคุณใช้มากคุณก็จะพบ idiom มากและคุณก็จะถนัดมากกว่าภาษาอื่น
และนั้นแหละ ภาษาที่คุณจะใช้ต่อไป ...สุดท้ายก็ไม่ได้ตอบว่าอะไรดี หรือแตกต่างอย่างไร
สรุปง่าย ๆ คือใช้อะไรก็ได้ที่ถนัด เป็นหลักคือภาษาแม่ เพราะในการทำงานจริง ๆ เวลาเป็นสิ่งสำคัญ
ภาษาที่คุณถนัดย่อมใช้เวลาน้อยกว่า
ส่วนเรื่องประสิทธิภาพ ไม่ว่า C# หรือ VB.NET พอ ๆ กันครับ
โดยเฉพาะ VB.NET ผมพบว่าพอ compile มาแล้วจะทำการ Optimize ดีกว่า C# อยู่บ่อย ๆ
..ส่วนผมใช้ C++/CLI กับ C# ครับ แต่ก็หลงบางอย่างของ VB.NET เช่นความเรียบง่าย.....เป็นต้น


doy วันที่ส่ง: 17 พ.ค. 50 02:18 GMT+7
วันที่ปรับล่าสุด: 17 พ.ค. 50 02:18 GMT+7
กระทู้นี้มีอายุเกิน 365 วันแล้ว ท่านจะไม่สามารถตอบกระทู้นี้ได้อีก
ถ้าต้องการสนทนาต่อ กรุณาตั้งเป็นกระทู้ใหม่ได้ในหน้าโฮม
และอาจจะอ้างถึงกระทู้นี้ โดยก๊อปปี้ข้อความในกล่องสีขาวด้านล่างไปแปะในกระทู้ใหม่

copy เพื่ออ้างอิงถึงข้อความนี้:
เปรียบเทียบ C#.net กับ vb.net
http://greatfriends.biz?5827


4 ก.ย. 01:15
Online: 193